คริปโตเคอร์เรนซี่ ปฏิวัติโลกการเงิน ในสังคมไร้เงินสด

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

‘สังคมไร้เงินสด’ อาจไม่ใช่แค่ภาพฝันในอนาคตอีกต่อไป


หลังจากที่โลกของเราต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ผู้คนในปัจจุบันพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งของหรือพบปะผู้คน เพราะไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่ระบาดผ่านทางอากาศได้นั่นเอง จากปัญหาเหล่านี้จึงเป็นเหมือนเส้นทางใหม่สำหรับสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ให้เริ่มเข้ามามีบทบาทยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา

 

 

สกุลเงินดิจิทัล (Digital Currencies) หรือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เป็นสกุลเงินสมมติที่อยู่ในระบบดิจิทัล

 

จัดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มีการเข้ารหัส มีราคากลางในการซื้อขายแปรผันไปตามกลไกตลาด จึงสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมูลค่าได้ในระบบ แต่เพราะไม่ได้มีลักษณะทางกายภาพเหมือนเช่นสกุลเงินทั่วไป ทำให้บางครั้ง เราก็เรียก สกุลเงินดิจิทัล ว่า “สกุลเงินเสมือน” หรือ Virtual currency  สกุลเงินดิจิทัล เช่น 

 

 

  • บิทคอยน์ (Bitcoin-BTC) ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ โดยชาวญี่ปุ่นผู้ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto เป็นสกุลเงินที่ไม่มีรูปร่าง ไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ เรียกได้ว่าเป็นสกุลเงินเฉพาะที่ไม่ขึ้นตรงกับธนาคารกลางใดๆ บนโลกและมีตัวตนอยู่แค่ในระบบดิจิทัลเท่านั้น
 
  • อีเทอร์เรียม หรือ อีเทอร์ Ethereum (ETH)   เงินสกุลดิจิทัลที่ใช้ระบบ Blockchain เช่นเดียวกันกับอีกหลายสกุลเงิน ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ถูกพัฒนาโดยชาวรัสเซีย ชื่อ Vitalik Buterin ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในทีมพัฒนา Bitcoin
 

การได้มาซึ่งสกุลเงินดิจิทัล

 

  • การแลกเปลี่ยนเงิน ผ่านตลาดซื้อขาย
    วิธีการจะเหมือนกับเวลาที่เรานำเงินบาทไปแลกเป็นเงินต่างประเทศนั่นเอง โดยการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ เกิดจากการซื้อขายในตลาดสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการรับรองและอนุมัติจาก กลต. (สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ในประเทศไทย อาทิ Bitkub, Zipmex, Z.comEx  หรือ ตลาดในต่างประเทศ อาทิ Binance, Coinlist 
 
  • การขุด
    หลายคนคงเคยได้ยินการขุด Bitcoin หรือในประเทศจีนถึงขนาดมีการสร้างเป็นเหมืองขุด แต่ไม่ใช่การเอาจอบมาขุดดิน  แต่เป็นการสร้างพื้นที่และเตรียมระบบต่อเชื่อมคอมพิวเตอร์ที่เร็วและแรงมากๆ มีการประมวลผลสูงๆ ทำรายการให้เร็วที่สุดเพื่อแข่งกับนักขุดคนอื่นๆ
 

 

แล้วสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) กับ เงินดิจิทัล (E-Money)  เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

 

ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ดิจิทัล’ เหมือนกัน แต่ก็มีรูปแบบการใช้ และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันพอสมควร ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

เป็นเงินที่อยู่ในระบบดิจิทัลเหมือนกัน แต่จะต่างกันตรงที่เงินดิจิทัลจะมีเงินสกุลท้องถิ่นเป็นตัวยึดหลัก เช่น การเติมเงินเข้าไปในระบบผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แอปพลิเคชันกระเป๋าตัง ที่เป็นบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์จากรัฐบาล แอปทรูมันนี่ วอลเล็ท หรือบริการเติมเงินผ่าน Steam ก็นับว่าเป็นรูปแบบเงินดิจิทัลเหมือนกัน

 

สกุลเงินดิจิทัล (Crypto Currency)  
=
สกุลเงินแบบพิเศษที่ไม่สามารถจับต้องได้

เงินดิจิทัล
=
การเปลี่ยนเงินสดให้อยู่ในรูป
ดิจิทัลโดยใช้สกุลเงินท้องถิ่นนั้นๆ

 

 

Crypto Currency น่าใช้แค่ไหน?

 

แม้ว่าในตอนนี้สกุลเงินดิจิทัลยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย แต่สำหรับในต่างประเทศ การยอมรับในสกุลเงินดิจิทัลมีความแพร่หลายมากขึ้น แม้แต่การซื้อสินค้าบางอย่างก็สามารถจับจ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัล ได้ อาทิ รถ Tesla, การซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับบางประเทศ, การซื้อขายผ่าน Amazon, การจับจ่ายด้วยบัตรVisa หรือ Bank ในบางประเทศ มีการเปิดรับการลงทุนใน Bitcoin หรือ ในเงินสกุลดิจิทัลอื่นๆ  

 

โดยเฉพาะในปัจจุบันมีการลงทุนเก็งกำไรใน Crypto Currency เยอะขึ้นมาก ปัจจุบันตลาดซื้อขาย Crypto Currency ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 43% มาจากเงินสกุล Bitcoin) และมีมูลค่าการซื้อขายล่าสุด ณ 16 สค.64 อยู่ที่ 103.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน (ที่มา sec.or.th)เพราะผลตอบแทนในการลงทุนให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในทองคำ น้ำมันและหุ้น   และแน่นอนเมื่อมีผลตอบแทนที่สูง ย่อมต้องมีความเสี่ยงที่สูงมากเช่นเดียวกัน  

 

และสำหรับในประเทศไทยไม่แน่ว่าในอนาคตเมื่อผู้คนหันมาให้การยอมรับและจับจ่ายใช้สอยผ่านระบบดิจิทัลกันมากขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ Crypto Currency อย่างบิทคอยน์

จะมีโอกาสได้โลดแล่นอยู่ในกระแสเงินที่หลั่งไหลนับไม่ถ้วนในระบบเศรษฐกิจโลก

ก่อนจะถึงวันนั้นเรามาดูกันว่า ข้อแตกต่างและความน่าใช้ของสกุลเงินดิจิทัลจะมีอะไรบ้าง?

 

1. ประหยัดเงินและเวลา

จากการเชื่อมต่อผ่านระบบออนไลน์ทำให้ไม่ต้องผ่านธนาคารกลางที่อาจทำให้เสียเวลาในธุรกรรมทางการเงิน และทำให้มีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ

 

2. ไม่ต้องเตรียมเอกสาร

เนื่องจากไม่มีสถาบันการเงินหรือธนาคารกลางใดที่ทำหน้าที่ควบคุม แต่ทุกอย่างจะผ่านระบบบล็อกเชน  เลยทำให้มีความเป็นอิสระกว่าการใช้สกุลเงินแบบอื่น ด้วยเหตุนี้จึงสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ ให้วุ่นวาย แต่เป็นการทำกระบวนการยืนยันตัวตนด้วยขั้นตอนที่มีระบบรักษาความปลอดภัยและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว 

 

3. เอาใจผู้ประกอบการ

หมดปัญหาจ่ายแล้วเปลี่ยนใจคืนเงิน ไม่ต้องยึกยักไปมา เพราะการทำธุรกรรมการเงินผ่านบิทคอยน์ จะไม่สามารถเรียกเงินคืน ได้ 100% แต่ทั้งนี้หากเป็นการซื้อขายจะผู้ไม่หวังดี ก็จะทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถเรียกเงินคืนได้เช่นกันกรณีที่ถูกโกง

 

4. ราคามีการผันผวนสูง

ด้วยตลาดซื้อขาย Crypto Currency เป็นตลาดที่เปิดให้ซื้อขายได้ตลอดเวลา 24 ชม. ดังนั้น จึงมีความผันผวนสูง ประกอบกับยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล  และยังไม่มีการควบคุมจากสถาบันการเงินหรือรัฐบาลกลาง เลยไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ ดังนั้น Crypto Currency ที่สูงลิ่วในวันนั้น ก็อาจจะต่ำติดลบได้ในวันนี้เช่นกัน ดังนั้นควรศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ดีก่อนลงทุน

 

5. ไม่โดนวิ่งราวแต่อาจถูกเจาะระบบแทน!

แม้ว่าการใช้ Crypto Currency จะลดปัญหาการถูกลักทรัพย์หรือวิ่งราวได้ แต่หากมีแฮกเกอร์มือดีที่ไม่หวังดี ก็สามารถโดนเจาะระบบขโมยเหรียญที่เราเก็บไว้ได้เหมือนกัน

การมาของบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ส่งผลให้วิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ต่อรูปแบบการใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวจำนวนมาก ลดทรัพยากรการพิมพ์ธนบัตร ร้านค้าอาจไม่จำเป็นต้องมีพนักงานแคชเชียร์ เพราะลูกค้าสามารถชำระเงินได้ด้วยตัวเอง และเหนือสิ่งอื่นใดคือการไม่ต้องสัมผัสเงินสด ผ่านธนบัตรและเหรียญ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย 

 

พูดอีกอย่างหนึ่ง Crypto Currency ก็คือรูปแบบการทำธุรกรรมการเงินสมัยใหม่ ซึ่งหากเราได้ลองศึกษาจนชำนาญตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่แน่ว่าอาจจะสร้างผลกำไรให้เราอย่างมหาศาลในอนาคตก็เป็นได้

 

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Crypto Currency ส่งผลให้การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ มี project เหรียญใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ตลอดจนเกิด community ใหม่ๆ ทั้งใน telegram และอื่นๆ ให้เราได้เข้าไปรู้จักและศึกษาโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น  ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนใหญ่ใน community ที่เกี่ยวกับ crypto currency จะเป็นภาษาอังกฤษ การเรียนรู้ภาษาจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะภาษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการศึกษาหาความรู้ เพื่อให้เรามีความเข้าใจในเรื่องที่เรากำลังศึกษา และสามารถเข้าใจในทิศทางของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป  ใช้ช่วงเวลา work from home ให้เป็นประโยชน์ แค่เรามีเวลาแค่วันละ 20-30 นาที เพิ่มศักยภาพด้านภาษา  เข้ามาเรียนภาษาอังกฤษด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กับแพลตฟอร์มการเรียนภาษา online ระดับโลก Rosetta Stone, Elsa Speak และ California English  โดย EdTech มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของผู้เรียนให้สามารถเข้าใจง่ายและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว

More To Explore

สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การฝึกอบรมภาษาสำหรับองค์กร?

drop us a line and keep in touch